ประวัติ Adama Traore ( อดาม่า ตราโอเร่ ) เกิดวันที่ 25 มกราคม ค.ศ.1996 นักฟุตบอลชาวสเปน ความสูง 1.78 เมตร หรือ 5 ฟุต 10 นิ้ว ตำแหน่งการเล่น ปีก ทุกวันนี้เล่นให้กับสโมสรวูล์ฟแฮมป์ตัน ใน Premier League เมืองผู้ดี สวมเสื้อหมายเลข 37  ufa1688 

         อดาม่า ตราโอเร่ เริ่มเล่นฟุตบอลระดับสโมรเยาวชนครั้งแรกกับสโฒสร ลุสปิตาแล็ต และในปี 2004-2014 สโมสรบาร์ซ่า หลังต่อไปไม่นานได้ก้าวขึ้นมาค้าแข้งในระดับฟุตบอลอาชีพร่วมเล่นกับ เจ้าบุญทุ่ม ในปี 2013-2015 ต่อมาได้ย้ายข้ามลีกมาค้าแข้งในเมืองผู้ดีร่วมกับสโมสรแอสตันวิลล่า  ต่อไปปี 2016-2018 ได้ย้ายมาเล่นให้ มิดเดิ้ลสโบรช์ ต่อมาปี 2018 ได้ร่วมเล่นกับสโมสร สโมสรวูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งเป็นสโมสรทุกวันนี้ที่อยู่ร่วมค้าแข้ง

Adama Traore เริ่มต้นเล่นฟุตบอลระดับทีมชาติสเปนครั้งแรกปี 2012 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี , ปี 2012-2013 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี , ปี 2013-2014 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี , ปี 2018 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี , ส่วนระดับทีมชาติสเปนชุดใหญ่ยังไม่ได้รับเลือก

เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอล ศูนย์ฝึก ลา มาเซีย สโมสร เจ้าบุญทุ่ม

Adama Traore เริ่มฝึกฝีเท้าจากศูนย์ฝึก ลา มาเซีย

จากการที่เขาได้เข้าเล่นฟุตบอลกับทีมโรงเรียนทำให้ทางด้านแมวมองของสโมสร บาร์ซ่า ได้เห็นถึงศักยภาพของความในตัวของเขา ทำให้ อดาม่า ตราโอเร่ ได้รับจดหมายเชิญให้เข้าร่วมคัดเลือกเข้าเป็นนักฟุตบอลฝึกหัดของสโมสรบาร์ซ่า ซึ่งนั่นก็เป็นไปในทางที่ดีและทำให้เขาได้เข้ามาเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนของ บาร์ซ่า ทันที

การได้เข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกฟุตบอลของ บาร์ซ่า นับเป็นความฝันสูงสุดของเด็กชายทุกคนที่มีความฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอล ตราโอเร่ ก็เช่นกัน เขามีจุดเด่นในการไปกับลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดีและยังมีความเร็วที่มีสปีดการเคลื่อนไหวพอๆ กับนักวิ่งอาชีพ จนได้รับฉายาว่า “ยูเซน โบลต์ แห่ง ลา มาเซีย” เลยทีเดียว

อดาม่า ตราโอเร่ ได้เข้าฝึกซ้อมและอยู่กินนอนในอคาเดมี่แห่งนี้ และได้พัฒนาฝีเท้าของตัวเองได้อย่าก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาได้ถูกผลักดันจากผู้ฝึกสอนในทีมเยาวชนให้ขึ้นไปร่วมซ้อมกับนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ จนทำให้เขาเริ่มมีแรงบันดาลใจในการเล่นและยึดถือเอา เมสซี่ เป็นแบบอย่างในการเล่นฟุตบอล จนกระทั่งเขามีอายุครบ 17 ปี ก็ได้รับโอกาสสำคัญในการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ ทำให้เขาได้เล่นเคียงข้างกับนักเตะขวัญใจของเขาอย่างมากมาย

เขาใช้เวลาฝึกซ้อมและเล่นอยู่กับทีมชุดใหญ่ของสโมสร เจ้าบุญทุ่ม 3 ปีเต็ม แต่ก็ไม่สามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็น 11 ตัวจริงของทีมได้ ทำให้ ตราโอเร่ เริ่มมองหาช่องทางที่จะทำให้ตัวของเขาได้รับโอกาสในการลงสนามให้มากขึ้น ทำให้ตัวเขาตัดสินใจที่จะเก็บข้าวเก็บของออกจากถิ่น คุมป์นู ในปี 2015 เพื่อย้ายมาหาประสบการณ์ใหม่ในเมืองผู้ดี ประเทศ England 

บททดสอบและประสบการณ์ใหม่ในเมืองผู้ดี เมืองผู้ดี กับสโมสร แอสตัน วิลล่า
จากการที่เขาไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงกับ บาร์ซ่า ได้ ทำให้ในปี 2015 อดาม่า ตราโอเร่ ได้ตัดสินใจย้ายออกจากสโมสรชื่อดังในแคว้นคาตาลัน และบินตรงสู่ประเทศเมืองผู้ดีในทันที เขาได้ย้ายเข้ามาเป็นนักฟุตบอลใหม่ของสโมสร แอสตัน วิลล่า ในวัยเพียงแค่ 20 ปี ด้วยราคา 10 ล้านยูโร

เขาย้ายมาที่สโมสรแห่งนี้พร้อมกับความหวังและแรงกดดันอย่างมากมาย และด้วยสไตล์การของฟุตบอลในประเทศเมืองผู้ดีที่เน้นร่างกายและการเข้าปะทะเป็นอย่างมาก ทำให้ตัวเขาเริ่มที่จะไม่มีสมาธิกับเกมฟุตบอลและฟอร์มหลุดออกทะเลเป็นอย่างมาก ซึ่งในปีดังกล่าว “สิงห์ผงาด” ก็มีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ จนถึงขั้นที่ว่าต้องตกชั้นไปเล่นอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพทีเดียว และนั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของเส้นทางการค้าแข้งในเมืองผู้ดีอีกครั้ง เพราะตัวเขาได้ตัดสินใจที่จะย้ายทีมอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เขาได้เลือกย้ายไปเล่นให้กับสโมสร มิดเดิลสโบรห์

ค้นหาฟอร์มสุดยอดในลีก แชมเปี้ยนชิพ กับสโมสร มิดเดิลสโบรห์
Adama-Traore-middlesbrough
Adama Traore ย้ายมาเล่นให้กับสโมสร มิดเดิลสโบรห์ และอัพเดตหุ่นตัวเองจนคล้ายนักกล้าม

หลังจากที่แอสตัน วิลล่า พลาดท่าตกชั้นมาเล่นอยู่ในลีก แชมเปี้ยนชิพ ทำให้ทางบอร์ดบริหารของ “สิงห์ผงาด” ออกบทสรุปออกมาว่า การทุ่มเงินซื้อดาวรุ่งจากศูนย์ฝึก ลา มาเซีย อย่าง อดาม่า ตราโอเร่ มาร่วมทีมนั้นนับเป็นเรื่องที่ผิดพลาดของสโมสรและไม่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้เขาถูกทางสโมสร แอสตัน วิลล่า ปล่อยตัวให้กับทางสโมสร มิดเดิลสโบรห์ ในทันที

โดยการที่เขาได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสร มิดเดิลสโบรห์ นับเป็นการเสริมความกำยำให้กับกล้ามเนื้อและร่างกายของตัวเอง เหตุเพราะว่าสไตล์เล่นในลีก แชมเปี้ยนชิพ นั้นเป็นการเล่นที่มีความรุนแรง ทำให้ร่างกายที่บอบบางของเขาได้รับความเดี้ยงอย่างบ่อยครั้ง จึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนร่างกายเพื่อเป็นการติดเคี้ยวเล็บ จนกระทั่งเห็นมัดกล้ามของเขาอย่างเห็นได้ชัด

หลังต่อไปผลงานของ ตราโอเร่ ก็เริ่มออกมาดีขึ้นตามลำดับ แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะสามารถกลับมาเล่นในระดับ  Premier League ได้ แต่เขาก็ใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานก็สามารถที่จะเรียกฟอร์มสุดยอดขอตัวเองกลับมาได้สำเร็จ จนเขาเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นและทำให้สโมสร วูล์ฟแฮมป์ตัน ให้ความสนใจในตัวเขาและยื่นข้อเสนอขอกระชากตัวปีกร่างยักษ์รายนี้ทันที

ประกาศศักดา กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน
Wolverhampton Wanderers v Manchester City – Premier League
อดาม่า ตราโอเร่ สามารถโชว์ฟอร์มสุดยอดได้ที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน

ในปี 2018 อดาม่า ตราโอเร่ ได้ตัดสินใจที่จะย้ายสโมสรอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาเลือกที่มาเล่นให้กับสโมสร วูล์ฟแฮมป์ตัน เพราะในต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในเวที Premier League  ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่สโมสรแห่งนี้ กำลังจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน  Premier League  ในฤดูกาล 2018-2019 ในฐานะน้องใหม่ของศึก Premier League  โดยในครั้งนี้เขาได้เซ็นสัญญาระยะยาวกับทีมหมาป่าสีเหลืองเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 5 ปีพร้อมกัน

อดาม่า ตราโอเร่ กลับมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศเมืองผู้ดีได้อีกครั้ง โดยในครั้งนี้เขากลับมาด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดร้อนแรงและสรีระร่างกายที่มีความแข็งแกร่ง, รวดเร็ว, คล่องแคล่ว ดูผิดหูผิดตาจากเมื่อครั้งก่อนที่เขาได้ย้ายจาก บาร์ซ่า มาอยู่กับทาง แอสตัน วิลล่า โดยสิ้นเชิง

เขาทำผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเรื่องถูกสื่อในเมืองผู้ดีนำเอาเรื่องราวของตัวเขาออกพูดแพร่ จึงทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักของกองเชียร์มากยิ่งขึ้น ครั้งนี้ ตราโอเร่ กลายเป็นที่รักของสาวกของสโมสรเป็นอย่างมาก เพราะจากผลงานการเล่นของเขาและความอดทนที่สู้กับชีวิตในการค้าแข้ง ทำให้เขาดูเป็นดาวเตะที่ทรงคุณค่าในสายตาของสาวกจำนวนมาก และสิ่งที่ทำให้กองเชียร์ทั่วโลกได้รู้จักชื่อของเขานั่นคงหนีไม่พ้น แมตช์ ที่ อดาม่า ตราโอเร่ สามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับกองหลังของ  Manchester City  และยังสามารถยิงประตูของ เรือใบสีฟ้า ได้ทั้ง 2 เกม เหย้า, เยือน เป็นเหตุให้ฟอร์มการเล่นของ วูล์ฟแฮมป์ตัน กลายเป็นทีมที่หลายๆ ทีมต้องเกรงกลัวเป็นอย่างมาก

การลงสนามให้กับทีมชาติ สเปน
Adama Traore Spain national
Adama Traore นักเตะทีมชาติสเปน

จากการที่เขาเกิดในครอบครัวของชาวมาลีที่ได้ย้ายเข้ามาทำมาหากินในประเทศสเปน ทำให้ อดาม่า ตราโอเร่ เป็นนักฟุตบอลที่มี 2 สัญชาติ ทั้ง สเปน และ มาลี แต่ด้วยความที่เขาเกิดและเติบโตในประเทศสเปน และมีความผูกพันกับสไตล์การเล่นแบบสเปน ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเลือกเล่นให้กับทีมชาติสเปน

ในปี 2018 เขาได้มีชื่อติดทีมชาติสเปน U21 โดยได้ถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นในช่วง 15 นาทีท้ายเกมที่เอาชนะทีมชาติ ไอร์แลนด์เหนือ U21 ไปได้ 5-3 ในเกมนัดกระชับมิตร

และจากฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงในปี 2019 ทำให้เขาถูกเรียกเข้าติดในทีมชาติชุดใหญ่ทันที โดยเข้ามาแทนที่ของ Rodrigo ที่มีอาการเดี้ยงจนต้องถอนตัวออกไป แต่ก็ยังไม่ได้ลงประเดิมสนามในนามของทีมชาติสเปนชุดใหญ่แม้แต่อย่างใด ทำให้เขาเริ่มมีความรู้สึกว่าตัวเองอาจจะต้องมองหาช่องทางในการสร้างเกียรติประวัติของตัวเองในนามทีมชาติ ซึ่งในอนาคตเขาอาจจะหันกลับไปเลือกเล่นให้กับทีมชาติมาลีก็ได้

Leave a Comment